ลักษณะโรงเรือน

    โรงเรือนกระบองเพชร มีหลายแบบ  วัสดุที่ใช้ก็มีหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของกระเป๋าสตังค์
เป็นหลัก  โครงสร้างอาจจะทำด้วยเหล็กตัวซี  ไม้  หรือเหล็กฉาก  โรงต้นไม้ของเราใช้เสาปูน เอาไม้หนุน
ต่อขึ้นไปดังภาพที่เห็น  (เมื่อก่อนไม้ถูกกว่าเดี๋ยวนี้ทำไม่ค่อยจะไหวแล้ว)
  จะเห็นว่า ส่วนชายขอบต่อด้วย
ไม้ไผ่ที่เห็นนี้ทำมาตั้งแต่ปี 2538 รูปนี้ถ่าย ปี 2545   ไม้ไผ่ชุดนี้ใช้มา 6-7 ปี ก็ยังดู ใช้ได้อยู่ ยังไม่มีส่วนต้อง
ซ่อม

          โดยหลักการ โรงเรือนกระบองเพชรต้องให้แสงผ่านได้อย่างน้อย 50-70 %  แต่กันฝนได้ ที่บ้าน เราใช้
พลาสติกกันรังสียูวี 7 % ซื้อที่ราชวงศ์ ม้วนนึง ราคาประมาณ 3,800-4,000 บาท หน้ากว้าง 3 เมตร ยาว 100
เมตร กันฝนได้อย่างน้อยสองปี  พอเริ่มจะเข้าฝนที่สามมีบางส่วนต้องเปลี่ยน 

ภาพซ้าย ที่เห็นเป็น slan ขึงบนหลังคาพลาสติกอีกชั้นหนึ่งเพื่อช่วยกรองแสงเวลาแดดจัดเกินไป  เวลาหน้า
ฝนแดดน้อย ก็เอาออกได้
ภาพขวา
บางส่วนจะเห็นหลังคาเปิด เพราะต้องการระบายความร้อน อบอ้าว ใน
โรงเรือน  ฝาที่เปิดนี่ใช้วิธีแบบคนโบราณ  เอาไม้ค้ำปิดเปิดถูกตังค์ดี (หากโรงเรือนกว้างเป็นผืนติดต่อกันมาก

 อากาศจะอบอยู่ภายใน ต้นไม้จะไม่สวยเท่าอากาศโปร่ง ระบายได้ดี)
 

      มีลักษณะของโรงเรือนเล็ก ๆ ง่าย ๆ จากมาเลเซียมาให้ดูเป็นตัวอย่าง

โต๊ะวางต้นไม้
        นอกจากลักษณะของโรงเรือนแล้ว โต๊ะที่วางต้นไม้ก็ต้องการความโปร่งระบายน้ำได้ดีด้วย
ที่บ้านเราใช้ตาข่ายลวดปูทับไม้ระแนงก็อยู่ได้หลายปีนะ น้ำจะไม่ขัง หากอากาศบริเวณเหนือโต๊ะ
ต้นไม้ร้อนอบอ้าวต้นไม้ก็ยังได้ลมจากใต้โต๊ะบ้าง  หากเป็นพื้นกระเบื้อง ควรทำเป็นหลังเต่าให้น้ำ
ไหลลงให้หมด

     ที่บ้านเราใช้ตาข่ายลวดปูทับไม้ระแนงก็อยู่ได้หลายปีนะ น้ำจะไม่ขัง หากอากาศบริเวณเหนือ
โต๊ะ
ต้นไม้ร้อนอบอ้าว ต้นไม้ก็ยังได้ลมจากใต้โต๊ะบ้าง  หากเป็นพื้นกระเบื้อง ควรทำเป็นหลังเต่า
ให้น้ำไหลลงให้หมด
ขนาดของโต๊ะ ควรจะเอื้อมมือหยิบได้ถึงขอบโต๊ะอีกด้านหนึ่ง  และเดินได้
รอบ จะได้ทำงานสะดวกที่สำคัญ คือแล้วแต่บริเวณที่มี

             

 

หน้าแรก