ตะลุยมาดากัสการ์
ภาค 3 |
| |
|
ที่จริงบรรยากาศที่แคมป์พักของเรานั้นน่าสนุกอยู่ไม่น้อย
เพราะตอนเช้าที่เราตื่นขึ้นมาเก็บเต้นท์นั้น
เราเจอแมงป่องชนิดที่มีพิษร้ายแรงคลานกันอยู่ตามใต้ผ้าปูรองพื้นเต้นท์
โชคดีที่ไม่มีใครโดนต่อย
ว่าแต่ความเย้ายวนของการสำรวจพรรณไม้ในป่าหินมันมีมากกว่าความกลัวเกรงสัตว์พิษตัวจ้อยเหล่านี้
ผมจึงรีบออกไปเดินป่าแต่เช้า และป่ายปีนไปตามเส้นทางขึ้นสู่ป่าหินบนซิงงี่คนเดียว
!!
และแล้ว ระหว่างที่กำลังเพลิดเพลินกับการชมต้นเบาบับในป่าหิน
ที่ใต้ร่มไม้บนพื้นที่มีแต่หิน
ผมก็ได้เจอ succulent ที่น่าลัก...เอ้ย..น่ารัก และหายาก
ต้นแรก Euphorbia ankarensis
เจ้านี่เป็นพรรณไม้เฉพาะถิ่นของเทือกเขาหินปูนแห่งนี้
จึงได้รับการตั้งชื่อตามสถานที่
พอดีช่วงที่ผมมาเจอนี้เป็นฤดูกาลที่เขากำลังออกดอก โดยต้นที่มีลักษณะเป็นแท่งๆ
ยาวตั้งแต่ 2-3นิ้ว จนถึงหนึ่งฟุต
จะทิ้งใบหมด ช่อดอกเรียงกันเป็นเหมือนมาลัยอยู่บนยอด ดูสวยทีเดียว
|
| |
|
นี่คือภาพดอกชัดๆของ
Euphorbia ankarensis โดย
ปรกติหลังจากออกดอกหมดไปแล้วมันก็จะแตกใบออกมา
ใบจะมีขนนุ่มๆบนผิวใบ ต้นนี้ผมเคยเห็นร้านคุณจิ๋ว
(รังอาวิชิต)
มีไม้เพาะเมล็ดมาขาย กับต้นที่สั่งตรงจากนอกของร้านคุณเดียว
ยังไงเพื่อนๆ ที่ชอบยูฟอร์เบียลองไปตามดูครับ
ส่วนต้นที่ผมเคย
ได้มาจาก Dr Seymour Liden แห่ง CSSA เมื่อ10
ปีกว่า
มาแล้วนั้น ได้ยกให้เพื่อนคนหนึ่งเอาไปเล่น
ปัจจุบันต้นนั้นก็ยังอยู่
แต่ไม่ยักติดเมล็ด เหลือแต่ต้นที่ผมเก็บเมล็ดมาเพาะเองจากแหล่ง
กำเนิด เดาว่าที่บ้านคุณ BEE ก็น่าจะมีพันธุ์อยู่นะ
อันที่จริง พวก
ที่มีๆ อยู่นี่ น่าจะจับต้นไม้มาแต่งงานกัน!! |
|
|
| |
ใครที่เห็นต้นในภาพนี้
ถ้าผมไม่บอกชื่อก็คงต้องเดาได้ว่าคงเป็น Aloe
ชนิดหนึ่งแน่ๆ...ผิดครับ...ผมเองทีแรกที่เจอก็นึกว่าเป็น
Aloe เหมือนกัน
แต่พอมาศึกษาเพิ่มเติมในตำราทีหลังจึงรู้ว่าเจ้านี่คือไม้เฉพาะถิ่น
หายากของเกาะมาดากัสการ์..แม้จะเป็นญาติใกล้ชิดสนิทสนมกับเจ้า
Aloe แต่เนื่องจากเจ้านี่กับพรรคพวกอีกราว 10
ชนิดที่เกิดอยู่ในป่าหิน
ที่ต่างๆ ของเกาะมาดากัสการ์ มันดันมีผลเป็นแบบที่มีเนื้อนุ่มๆ
ไม่ยักเป็น
ฝักแห้งๆ แบบของ Aloe ทั่วๆไป นักพฤกษศาสตร์เขาก็เลยจัดจำแนก
ให้พวกที่ว่านี้เป็นอีกสกุลหนึ่งต่างหาก นั่นคือสกุล
Lomatophyllum
เจ้าต้นที่ผมเจอนี่คือชนิด L.prostratum มันกำลังติดลูกสุกพอดีเลย..
ี
|
|
|
|
| |
|
ให้เห็นกันชัดๆ
ว่าลายใบเขาเท่ดี ผมได้เมล็ดมา
เพาะขึ้นสามต้น แต่ต้นที่ปลูกไว้เองกับที่แบ่ง
เพื่อนอีกคนนึงไปก็กลับมาดาไปแล้ว เหลือแต่ที่
เอาไปให้คุณ Jerry ที่ป่าละอู เห็นว่างอกงาม
ต้นใหญ่โตแล้วก็ออกดอกติดเมล็ดเพาะขยาย
พันธุ์ได้.. น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง
ปล
ภาพนี้จากเวบใน collection สวน Huntington
.
|
|
|
| |
|
นี่อีกรูป
จะเห็นว่าเขามี variation ในลวดลายใบ
บางต้นลายขาวๆ จะเยอะ บางต้นก็แทบไม่มีเลย
ี
|
|
|
|
| |
|
พอดี
คุณ Tootoilet บอกว่าอยากดูเจ้า
ต้น Didierea madagascariensis
ที่ผมปลูกไว้หน้าบ้าน เลยเอามาให้ชมขั้น
รายการทัวร์กันก่อนนะครับ ผมลองวัด
ความสูงด้วยไม้เมตรได้สี่เมตรกว่าๆ
มันแตกกิ่งข้างออกมาด้วย ต้องคอยเอา
สายยางไปมัดไว้ไม่ให้เอนออกไปทิ่มตำ
คนที่เดินผ่านไปผ่านมา
.
|
|
|
| |
ว่าแล้วก็กลับมาทัวร์กันต่อนะครับ...
นอกจากไม้อวบน้ำต่างๆ
ที่พวกเรารู้จักคุ้นเคยกันเป็นส่วนใหญ่แล้ว
เพื่อนๆอาจจะนึกไม่ถึงว่า ในป่าแล้งของมาดากัสการ์นี้
ยังมีพรรณไม้
อีกกลุ่มที่เราไม่ค่อยจะนึกว่ามันก็เป็นไม้อวบน้ำหรือไม้ทนแล้งกับเขา
ด้วย นั่นก็คือพวกกล้วยไม้ ในบริเวณป่าหินที่อังคารานนั้นเอง
ผมได้
เจอเจ้าพวกกล้วยไม้ทนแล้งที่ว่า มันมีด้วยกันสองสามชนิดในบริเวณ
นั้น แต่ละต้นจะมีลวดลายบนใบแปลกตาสวยงามแตกต่างกันไปคนละ
แบบ กล้วยไม้พวกนี้อยู่ในสกุล Oreoclades
ี
|
|
|
|
|
|
นี่ก็เป็นอีกชนิดหนึ่ง
ที่มีใบลายๆ ดูเหมือนกับจะ
พรางตัวให้กลมกลืนไปกับสิ่งแวดล้อมรอบข้าง
เช่นเดียวกับเจ้ากล้วยไม้สกุล Vanilla ชนิดหนึ่ง
ที่ไม่มีใบ แถมต้นมีลวดลายเหมือนกิ้งก่าดูแปลก
ดีพิลึก ซึ่งผมเจอมันเลื้อยเกาะอยู่ตามต้นไม้ในป่า
หินด้วย
|
|
|
| |
สิ่งที่เรียกความสนใจผมมากที่สุดในช่วงที่เดินอยู่ตามใต้
ร่มไม้โปร่งในป่าหินนั้น นอกจากเจ้าบรรดาตัวลีเมอร์มงกุฎ
กับเจ้าตัวพังพอนหางปล้องที่มาคอยแอบจ้องดูพวกเราที่เดิน
เข้ามาเที่ยวในอาณาเขตของพวกมันแล้ว ก็มีเจ้าต้นไม้โขด
สกุล Adenia อันแสนน่าทึ่ง นี่แหละที่ทำให้ผมต้องแวะลูบ
คลำไปตลอดทาง เจ้าต้นนี้ผมไม่ทราบ ชนิดที่แน่นอน เนื่อง
จากไม่เห็นใบที่อยู่ตามเถาซึ่งเลื้อยไต่ไปบนยอดไม้สูงลิบ
|
|
|
|
| |
|
ที่จริงในเมืองไทยก็มีไม้โขดสกุลนี้
หลายชนิดนะครับ บางชนิดหัวใหญ่
ขนาดเท่าตัวคนเลยทีเดียว ส่วนใหญ่
จะขึ้นอยู่ตามเขาหินปูนที่แห้งแล้ง
อย่างต้นที่ผมปลูกไว้ศึกษาต้นนี้ ชื่อ
Adenia heterophylla มาจาก
เขาหินปูนที่มีการทำสัมประทาน
ระเบิดหินแถวสระบุรี!!
|
|
|
| |
ไม้โขดในสกุล
Adenia นี้น่าสนใจไม่ใช่ย่อย ถ้าจะว่าไปแล้วสมาชิกบางชนิดในสกุล
นี้จัดเป็น succulent ที่มีราคาซื้อขายในวงการนักสะสมแพงที่สุดต้นนึงในโลก
!!
เจ้าต้นที่ว่านี้ก็คือ Adenia pechuelii ( ต้นที่ผมหาภาพมาให้ชมอยู่นี้
) ซึ่งมีถิ่น
กำเนิดอยู่ในประเทศแองโกลา ในแอฟริกาตะวันตก เคยมีการเสนอขายกันใน
USA
ต้นนึง 3,000 เหรียญ คิดเป็นเงินแสนกว่าบาททีเดียวสำหรับต้น
specimen สวยๆ
ที่จริงหลายคนอาจไม่ทราบว่าในเมืองไทยก็เคยมีคนสั่งพันธุ์เจ้าต้นนี้เข้ามาเล่น
!! แต่ไม่
ใช่ต้นใหญ่ เป็นแค่กิ่งชำ ที่เวลาโตก็สามารถสร้างหัวตรงโคนต้นได้เช่นเดียวกับต้น
เพาะเมล็ด แต่อาจจะไม่อวบใหญ่เท่า ผมเคยเห็นมีมาวางโชว์ขายอยู่ที่ร้าน
Exotic Corner ในสวนจตุจักรวันพุธ ว่าแต่มันเป็นกิ่งกระจิ๋วเดียวแต่ราคาไม่จิ๋วตาม
ใครอยาก
ลองปลูกของแปลก ( + โคต-รแพง !!) ก็ลองไปถามหาดูได้
ี
|
|
|
|
| |
|
แจ้งให้เพื่อนสมาชิกที่เริ่มสนใจไม้โขด
หรือ Fat Plant ทราบล่วงหน้าว่าตอน
นี้ผมกับเพื่อนๆก๊วน Fat Plant กำลังช่วย
กันเตรียมจัดทำสกู๊บเรื่องราวต่างๆทุกแง่
มุมเกี่ยวกับไม้โขด เพื่อมาเผยแพร่เป็นกระทู้
ให้เพื่อนๆได้ชมใน Mycacti เร็วๆนี้ครับ
ว่าแล้วก็ขอนั่งพักเหนื่อยข้างๆต้นไม้แสน
นี่หน่อยนะ...ฮิ..ฮิ..
|
|
|
| |
พอดีผมหาภาพเจ้า
Euphorbia ankarensis
ตอนที่เริ่มแตกใบมาได้ เลยสแกนมาให้เพื่อนๆได้ชมกัน
ี
|
|
|
|
| |
|
ส่วนภาพนี้เห็นใบคลี่เมแล้ว
ต้นนี้เวลาปลูกควรมีร่มเงา
พรางแสง ไม่เช่นนั้นใบจะ
ไหม้หมดครับ
|
|
|
| |
|